ภาพถ่ายผี 10 สุดสยองติดตาที่มีคนพูดถึงมากที่สุด

ghost-photo

แม้ว่าการถ่ายรูปภาพของคนทั่วไปอาจจะถือว่าเป็นเรื่องธรรมดา แต่การถ่ายรูปต่อไปนี้จะเป็นภาพที่ให้ความน่ากลัวจนคุณอาจจะไม่กล้าหยิบมือถือของคุณขึ้นมาถ่ายรูปอีกก็เป็นไปได้เพราะมันช่างขนลุกเพราะวิญญาณที่ไม่ได้รับเชิญดันมาออกร่วมวงขอเป็นส่วนหนึ่งด้วย จนมีชาวเน็ตต้องมีภาพที่ติดตาจนนอนไม่หลับถึง 10 อันดับความน่ากลัว ดังต่อไปนี้

10.มือที่มองไม่เห็น

TOP THE ghost ten

จะว่าไปการถ่ายรูปต่างสถานที่มันก็เป็นเรื่องธรรมดาที่เราจะต้องหยิบมาถ่ายอยู่แล้ว แต่มีผู้ชายคนหนึ่งได้พักที่โรงแรมแห่งหนึ่งหลังจากเขาได้ตื่นนอนจากที่หลับมาเป็นเวลานานเขาได้หยิบมือถือของตัวเองมาถ่ายรูปดันเกิดมีมือปริศนามาเกาะไหล่ ทั้งที่เขาถ่ายรูปอยู่คนเดียวภายในห้องตนเอง ดูจากรูปแล้วมืออีกข้างของเขาก็เห็นได้ชัดว่ายังอยู่ส่วนอีกมือใช้ถ่ายรูป ว่าแต่มือที่สามมันโผล่มาได้ยังไง

9.อยากจะขอเล่นด้วยคน

TOP THE ghost  nine

ในรูปหากไม่มองดูดีๆ แล้วไม่สังเกตอะไรมันก็คงเป็นภาพธรรมดาที่เป็นรูปชองสวนสนุกชิงช้าสวรรค์ แต่ในรูปเพ่งตาดูดันมีผีขึ้นไปนั่งอยู่บนชิงชาด้วยแต่เป็นการดังอยู่บนตัวสุด ต่อให้เป็นคนธรรมดาก็ไม่สามารถจะทำได้แน่ มันช่างน่ากลัวจริง

8.ใครวะอีกคนในรูป

TOP THE ghost  eight

ได้เรื่องแน่งานนี้เมื่อรูปนี้ถือว่าเป็นสิ่งที่ชาวเน็ตโซเชียลต่างพูดถึงและดังมากที่สุดเพราะเจ้า โย่ง ดาวตลกชื่อดังของเมืองไทย ได้ไปถ่ายรูปกับแฟนคลับ หากมองไปที่กระจกหลังจะมีผู้ชายยืนของถ่ายรูปด้วยคนทั้งที่จริงในรูปขอถ่ายรูปเพียงแค่ 2 คนเท่านั้น

7.หัวหายตามหาด่วน

TOP THE ghost  seven

ภาพนี้อาจจะไม่ได้ติดวิญญาณแต่มันบ่งบอกอะไรบางอย่าง เมือรูปนี้มีผู้หญิงหัวขาดไปนี่อาจจะเป็นไปได้ว่าผู้หญิงในรูปท่านนี้อาจจะถึงคราวไปหรือจะเป็นภาพย้อนแสงที่เกิดข้อผิดพลาดก็เป็นไปได้ แต่ยังไงก็ตามหลังจากผู้หญิงในภาพดังกล่าวได้เห็นเขาก็ได้ไปทำบุญไปเรียบร้อยเพื่อแก้ไขสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้น

6.รถขอความช่วยเหลือแต่เจอแบบนี้ก็ขอเผ่น

TOP THE ghost six

เมื่อมีอุบัติเหตุก็จะมีรถที่ค่อยช่วยเหลือเราอยู่เป็นประจำก็คือ รถกู้ภัย ที่ค่อยบริการให้ช่วยคนไปส่งยังโรงพยาบาลเพื่อที่ให้ผู้คนรอดชีวิต แต่มาในภาพนี้เมื่อพนักงานกู้ภัย ในจังหวัด ระยอง ได้ถ่ายรูปหลังจากเสร็จภารกิจ ก็ได้มีบุคคลที่ไม่ได้รับเชิญมาถ่ายรูปด้วย ในรูปจะเป็นผีเด็กตาโบ๋ ซึ่งจะมองยังไงก็ดูแล้วว่าไม่ใช่คนแน่นอน

5.ถ่ายรูปในงานศพแต่มีขาใครโผล่มาด้วย

TOP THE ghost five

ต่อไปนี้จะเป็นรูปภาพจากงานศพในที่หนึ่งที่เป็นของเจ้าหน้าที่กู้ภัยที่ได้ไปช่วยเหลือคนที่บาดเจ็บแล้วเสียชีวิต โดยในรูปภาพจะเป็นชายที่ถ่ายรูปคู่กับรูปภาพของบุคคลที่เสียชีวิตแต่ทางมองดีๆ จะมองเห็นจากใต้รูปว่ามีขาคนอยู่ ทั้งที่ในตอนนั้นคนได้กลับบ้านหมดแล้วจากเสร็จที่งาน แล้วคนในงานศพจากได้เห็นรูปนี้แล้วก็ต้องตกใจว่าขาปริศนาคู่นี้เป็นขาเจ้าของศพผู้เสียชีวิตอย่างแน่นอนเพราะเนื่องจาก ตอนเขาเกิดอุบัติเหตุผู้ตายได้สวมรองเท้าคู่นั้นขณะที่ทำงานช่วยเหลือผู้คนอยู่และที่เขาบอกว่าเป็นเจ้าตัวแน่ๆ ซึ่งหน่วยกู้ภัยก็เห็นว่าผู้ตายรองเท้าขาดหายไปข้างหนึ่ง

4.มาทำไมไม่ได้รับเชิญ

TOP THE ghost four

ภาพนี้อาจจะชวนให้หัวตั้งกันมั่งเมื่อเหล่าอาสาสมัครได้ทำการช่วยเหลือผู้คนอยู่ แต่เมื่อมองผ่านๆ คนจะมองว่าเป็นรูปภาพปกติที่ผู้คนช่วยเหลือกัน แต่ดูดีๆ ในกลุ่มจะมีผู้ชายที่มีเลือดเต็มหน้าค่อยจ้องมองร่างของตัวเองอยู่ นักข่าวคนที่ถ่ายรูปนี้ได้มองแล้วมองอีกก็น่าจะไม่ใช่กลุ่มคนดู เพราะในตอนนั้นที่ถ่ายไม่มีคนมีเลือดติดอยู่ที่หน้าสักคน เขาจึงรีบเก็บรูปลงกล่องแล้วในเวลาต่อมาได้เผยให้ชาวไทยได้รู้กัน

3.นั่งตรงนี้เห็นชัดกว่า

TOP THE ghost three

ไม่ต้องมองหาว่าผีอยู่ไหน เพราะแค่ดูจากในรูปมันก็ชัดมาก เมื่อในงานศพต่างมีผู้คนมาไว้อาลัยกันมากแล้วเป็นที่พบปะเจอญาติก็จะถ่ายรูปซะหน่อย แต่เมื่อจู่ๆ มีบุคคลที่ไม่อยากให้มาถ่ายรูปด้วยเพราะเขาเป็นวิญญาณที่ค่อยมาดูว่าพวกญาติเขาที่มาร่วมพิธี แล้วอีกอย่างที่ชัวร์มากว่าเป็นผีแน่นอน เชื่อได้ว่าจะมีใครบ้าที่ไหนจะไปนั่งบนโลงศพของคนที่ตาย เพราะมันผิดหลักประเพณีไทยแล้วเป็นของที่ไม่ควรไปลบหลู่เขาด้วย

2.เพื่อนไม่เคยทิ้งกันไปไหนเลย

top the Ghost two

ต่อไปเป็นภาพของกลุ่มเพื่อนรัก ที่มาร่วมวงแจมขอถ่ายรูปเป็นที่ระลึกด้วยคน ในเหตุการณ์มีเพื่อนสองคนได้ทำการถ่ายรูปแล้วเมื่อถ่ายเสร็จก็ต้องตกใจเมื่อเห็นอดีตเพื่อนที่ตายไปได้ไม่นานมาอยู่ในรูปนั้นด้วย แต่จะดีใจหรือเสียใจดีเนี่ยที่เพื่อนมาหา แต่ยังไงก็ตามหลังจากภาพนี้หลุดออกไปในโลกก็มีคนพูดกันว่าแต่งภาพแต่แท้จริงแล้วไม่ได้แต่งเลยมันคงวิญญาณ หากไม่เชื่อท่านลองค้นรูปเก่าๆ ดูซิอาจจะเจอคนที่อยู่ข้างๆ คนก็เป็นไปได้

1.วิญญาณเร่ร่อนไม่เคยหายไปไหน

TOP THE ghost one

เชื่อได้เลยว่ารูปที่เห็นนี้ อาจจะมีบางคนได้เห็นไปแล้วบ้างก็ได้ เพราะเขาได้ตีพิมพ์ลงในหนังสือแล้วยังในโทรทัศน์ ซึ่งรูปได้เจอแม่ของน้องคนที่อยู่ในรูปได้ถ่ายภาพของลูกตัวเองแต่ดันไปถ่ายติดวิญญาณเข้า จนเป็นเรื่องให้พูดถึงกันในเรื่องนี้ เพราะในรูปดูยังไงก็ไม่ใช่คนซึ่งในภาพจะเป็นเด็กผู้หญิงผมยาวยืนชันเข่า แต่ในเวลาต่อมาได้มีคนเอาไปให้แถวนั้นได้ดูรูปต้องตกใจ เพราะคนในรูปได้ถูกฆ่าขมขื่น 14-15ปีก่อน แล้วมีชื่อนามสกุลจริงพร้อมหมายเหตุที่เสียชีวิต แล้วเมื่อเหตุรูปจากทะเบียนบ้าน ทุกคนบอกเป็นเสียงเดียวกันใช่เลย

 

แม่นาคพระโขนง ตำนานที่ไม่มีวันตาย

mienang

เป็นเรื่องราวที่ถูกกล่าวขานมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4 เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เป็นเรื่องราวของหญิงตายทั้งกลมมีสามีชื่อว่า “มาก” ในขณะที่สามีเดินทางไปรับใช้ชาติระหว่างสงครามที่บางกอก ตามรายงานระบุว่านางนาคตายระหว่างคลอดลูก โดยศพของนางนาคถูกฝั่งไว้ป่าช้าหลังวัดมหาบุศย์ เมื่อสามีกลับมาจากสงครามก็พบกับภรรยาตัวเองที่เป็นคนปกติ ไม่แสดงถึงความเป็นวิญญาณหรือผีแต่อย่างใด ซึ่งตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกันมากไม่ได้ผิดสังเกตแต่อย่างใด จนท้ายที่สุดก็พบกับชาวบ้านมาบอกความจริงกับนายมากว่าภรรยาที่รักของตนเสียชีวิตไปแล้ว แต่นายมากเองก็ไม่ได้เชื่ออย่างเต็ม จนในที่สุดนายมากก็พบกับความจริงด้วยตัวเอง และพยายามหลบหนีจากภรรยา  โดยได้หนีมาอาศัยกับพระรูปหนึ่งทำให้นางนาคทำอะไรไม่ได้ ซึ่งไปอาละวาดชาวบ้านบริเวณแถวนั้นอย่างรุนแรง จนสุดท้ายมีหมอผีผ่านมาจึงจับนางนาคยัดลงหมอและถ่วงน้ำ

สมเด็จพระพุฒาจารย์ โต พรหมรังสี ส่งนางนาคไปสู่สุคติ

ตามรายงานเพิ่มเติมกล่าวว่าเมื่อนางนาคถูกจับยัดลงหม้อและถ่วงน้ำ แต่เมื่อเวลาผ่านไปกลับมาตายายหาปลาคู่หนึ่งผ่านมาแล้วเกิดทอดแหได้หม้อของนางนาคมา ทำให้นางนาคหลุดออกมาอาละวาดอีกครั้งหนึ่ง สุดท้ายแล้วต้องเดือดร้อนถึง สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) สะกดวิญญาณและนำนางนาคไปสู่สุคติด้วยการนำวิญญาณมาสะกดลงกระดูกบริเวณหน้าผากหรือปั้นเหน่ง

nangpakanork

รายงานจริงโดยละเอียดจากผู้ศึกษาประวัติศาสตร์

ตามรายงานของผู้ที่ศึกษาประวัติศาสตร์ของแม่นาคจริงๆ พบว่าความจริงแล้วนั้นนางนาคตายขณะตั้งท้อง และทางฝ่ายลูกของผู้ตายหรือนาคกลัวว่าบิดาของตนจะไปมีภรรยาใหม่ จึงร่วมมือกันสร้างความหวาดกลัวแก่ผู้ที่ผ่านมา เช่น ขวางหินใส่เรือรวมถึงหลอกชาวบ้านว่าแม่ของตนเฮี้ยน เหตุผลก็คือหากบิดาของตนไปมีภรรยาใหม่อาจทำให้ต้องแบ่งสมบัติแก่ภรรยาใหม่ของบิดาตนเองนั่นเอง

ซีอุย ฆาตกรต่อเนื่องเพื่อกินเครื่องใน

eathuman

ซีอุย คืออีกหนึ่งตำนานสุดหวาดกลัวของแดนสยามโดยแท้จริงเพราะซีอุยก่อคดีสุดน่ากลัวในประเทศไทยชนิดที่ๆ ไม่เคยพบเจอที่ไหนมาก่อน และนับว่าเป็นสุดแปลกประหลาดอย่างมาก โดยชอบฆ่าเหยื่อที่เป็นเด็กและกินอวัยวะของเหยื่อ ซีอุย ถูกกล่าวขานว่าเป็น ฆาตกรต่อเนื่องและเป็นมนุษย์กินคนในเวลาเดียวกัน โดยเขาได้สังหารเหยื่อที่เป็นเด็กไปถึง 7 ราย จาก 8 ราย ตามที่ระบุแน่ชัด ซึ่งหมายความว่ามีเหยื่อเพียงคนเดียวเท่านั้นที่รอดชีวิตมาได้

ซีอุย มีชื่อว่า หลีอุย แซ่อึ้ง เป็นคนประเทศจีน เกิดที่เมืองซัวเถาในปี พ.ศ.2470 แต่หลังจากอายุได้ 18 ปีเต็ม หลีอุย หรือ ซีอุย ถูกเกณฑ์ทหารไปรบในสงครามโลกครั้งที่สอง และนั้นเป็นครั้งแรกที่ซีอุยได้สัมผัสลิ้มรสกับเนื้อมนุษย์ เพราะการขาดแคลนของอาหารและเพื่อนที่ล้มตายไปเยอะ ต่อมาซีอุยได้หลบหนีเข้ามายังประเทศไทย อาศัยอยู่ที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ อำเภอทับสะแก อาศัยอยู่กับญาติโดยประกอบอาชีพทำสวนถึง 8 ปี

ซีอุยมีความเชื่อที่ว่าหากกินอวัยวะมนุษย์จะช่วยให้มีร่างกายแข็งแรง ซีอุยก่อคดีครั้งแรกที่ อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยฆ่าเด็กถึง 3 ราย และนำตับมากิน ต่อมาได้หลบหนีผ่านทางรถไฟ และก่ออีกคดีที่จังหวัดนครปฐม ที่องค์พระปฐมเจดีย์ ปี พ.ศ.2500 จนไปก่อคดีทั้งสุดท้ายที่จังหวัดระยอง ในปี พ.ศ.2501 และถูกจับกุมได้ที่นั้น ตามรายงานระบุว่ามีเหยื่อเพียงรายเดียวเท่านั้นที่รอดมาได้ เผยว่าเป็นเด็กหญิงอายุ 8 ขวบเท่านั้น สุดท้ายซีอุยถูกประหารชีวิตและถูกยิงเป้า ก่อนจะนำศพไปเก็บไว้ที่ โรงพยาบาลศิริราช หรือ พิพิธภัณฑ์ซีอุย ซีอุยให้รับสารภาพว่าได้ลงมือทำคดี 7 คดี

กุมาร ความเชื่อทางไสยศาสตร์ของคนไทย

kumanthong

อีกหนึ่งเรื่องราวสุดหลอนแต่ก็เป็นเรื่องใกล้ตัวสำหรับคนในยุคปัจจุบัน เพราะคนส่วนใหญ่ทั้งในต่างจังหวัดหรือคนกรุงเทพต่างมักจะเลี้ยงกุมาร หรือ กุมารทอง ไว้ภายในที่พัก เพราะเชื่อว่าการเลี้ยงกุมารจะช่วยปกป้องและรักษาคนในบ้านได้ รวมถึงยังช่วยให้เงินทองไม่ไหลออกมีแต่ไหลเข้า เลี้ยงไว้จะมีแต่ความโชคดี ซึ่งในความจริงแล้วเดิมทีกุมานทองมักจะถูกเลี้ยงไว้ใช้งาน เพราะสมัยก่อนคนที่เล่นของมักจะเลี้ยงเหล่าภูตผีปีศาจไว้ใช้งานเสมอ และกุมารทองก็นับว่าเป็นหนึ่งในภูตผีปีศาจเหล่านั้นเช่นเดียวกัน

การทำกุมารทองที่แท้จริง

ตามตำนานว่ากันว่ากุมารทองเกิดขึ้นมาจากนำเด็กทารกที่ตายจากท้องแม่หรือเรียกง่ายๆ ว่า ตายทั้งกลม ซึ่งจะเป็นการนำวิญญาณของเด็กที่ตายมาสะกดไว้โดยการนำร่างของเด็กมาเผาไฟให้แห้งและตามด้วยการลงคาถาอาคมตามด้วยปิดทองให้ทั่ว ที่สำคัญของทำให้เสร็จก่อนฟ้าสว่าง ซึ่งเรียกได้ว่าหากปัจจุบันการสร้างกุมารใช้วิธีที่ว่าอยู่ ก็นับว่าเป็นอะไรที่สยดสยองและน่ากลัวสุดๆ

kumanbaby

การเลี้ยงกุมารทองและการบูชา

ผู้บาชูต้องเลี้ยงดูกุมารเหมือนลูกแท้ๆ คนหนึ่ง ซึ่งต้องทำการเซ่นว่ายให้ข้าวให้น้ำ เพราะเชื่อว่าภายในกุมารทองจะมีวิญญาณของเด็กสถิตอยู่ ที่สำคัญของเรียกมากินด้วย ถ้าหากผู้บูชาดูแลกุมารดีๆ จะช่วยให้มีแต่ความเจริญและช่วยปกป้องรักษาคนในครอบครัวจากสิ่งไม่ดีรวมถึงผู้คิดร้าย บางรายก็อ้างว่ากุมารทองยังช่วยเตือนถึงอันตรายที่จะเข้ามาทำร้ายเราอีกด้วย ปัจจุบันผู้ที่บูชามักจะทำการบูชาด้วยน้ำแดง

เมืองบาดาลใต้ป่าคำชะโนด จ.อุดรธานี

kamsanod

เป็นอีกหนึ่งตำนานเล่าขานกันมาอย่างยาวนานกับเมืองบาดาล ป่าคำชะโนดหรือเกาะคำชะโนดโด่งดังมากในปี พ.ศ.2543 เนื่องจากมีผู้กล่าวอ้างว่าได้ถ่ายรูปติดสิ่งลึกลับอย่าง รุกขเทวดาและผีเปรต แต่ภายหลังมีคนพิสูจน์ได้แล้วว่าเป็นเพียงเรื่องที่แต่งขึ้นเท่านั้น แต่ก็ทำให้ป่าคำชะโนดโด่งดังไปเรียบร้อยและมีคนสนใจอย่างมากมาย เกาะคำชะโนดตั้งอยู่บริเวณ อำเภอบ้างดุง จังหวัดอุดรธานี เป็นเกาะกลางน้ำขนาดใหญ่ มีต้นชะโนดขึ้นเป็นจำนวนมาก สิ่งที่ทำให้ชาวบ้านเชื่อว่าเกาะคำชะโนดเป็นมีตำนานเร้นลับอยู่เพราะเมื่อใดที่น้ำท่วมหรือน้ำขึ้นสูง เกาะนี้จะไม่มีผลกระทบใดๆ ทั้งที่บริเวณใกล้เคียงถูกน้ำท่วมก็ตาม ชาวบ้านจึงเชื่อว่าเกาะคำชะโนดคือเกาะลอยน้ำและเป็นอยู่อาศัยของพญานาค

แต่ภายหลังนักวิชาการระบุว่าคำชะโนดไม่ใช่เกาะลอยน้ำแต่อย่างใด แต่เป็นเพราะรากของต้นไม้ที่อยู่บนเกาะมีขนาดยาวไปจนถึงข้างนอกและช่วยพยุงตัวเกาะเอาไว้ ทำให้ดูเหมือนเป็นเกาะลอยอยู่บนเหนือน้ำ ด้วยเหตุผลนี้ทำให้เวลาเกิดน้ำขึ้นน้ำลงตัวเกาะก็ไม่ได้รับผลกระทบอะไร ซึ่งเมื่อนักวิชาการลงไปสำรวจพื้นที่กับพบว่าเกาะคำชะโนดมีพื้นดินที่เกิดจากการทับถมของซากพื้นจำนวนมาก

pickamsanod

ทางเข้าเมืองบาดาลใต้เกาะ

ชาวบ้านหลายคนเชื่อว่าใต้เกาะคำชะโนดใจกลางของตัวเกาะมีทางเข้าสำหรับลงไปยังเมืองบาดาล เมื่อนักสำรวจดำน้ำลงไปกลับพบว่าใจกลางของตัวเกาะเต็มไปด้วยรากไม้และไม่สามารถเข้าไปได้ ทำให้ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าใจกลางของเกาะคำชะโนดมีทางเข้าไปยังเมืองบาดาลจริงๆ หรือไม่ อีกทั้งตามตำนานเชื่อว่าสมัยก่อนพญานาค 2 ตน ได้ทำการปกครองป่าคำชะโนดมาก่อน ภายหลังเกิดการทำสงครามกันและต่างภายต้องย้ายไปอยู่เมืองบาดาล

Loading...
X