ghost-in-Scout-Camp

ghost-in-Scout-Camp

เรื่องเกิดขึ้นในค่ายลูกเสือที่ทางโรงเรียนมาตั้งแคมป์กันในป่าลึก เด็กในค่ายก็เริ่มพบเจอกับเรื่องแปลกประหลาดมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเสียงร้องไห้จากริมแม่น้ำ เสียงเรียกจากในป่า จนเรื่องเริ่มกลายเป็นสิ่งที่ชวนขนหัวลุกขึ้น เมื่อมีเด็กที่แต่งกายคล้ายลูกเสื้อ ได้เปิดเต๊นท์หนึ่งในกลุ่มของนักเรียนเข้ามานอนอยู่ข้างๆ ในสภาพที่เปียกโชก และนอนอยู่ข้างๆ อย่างนั้นจนถึงช่วงตี 5 เมื่อลูกเสือในกลุ่มพยายามหันไปดูก็พบว่าไม่มีคนอยู่ เหลือเพียงแต่พื้นที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำ และเรื่องก็เริ่มร้ายแรงขึ้นเมื่อไม่กี่ชั่วโมงต่อมาครูก็ได้รับแจ้งว่ามีนักเรียนหายไป 2 คน ทั้งครู และนักเรียนต่างวิ่งตะโกนตามหากันอย่างตื่นตระหนก จนได้มาเจอกับเด็กสองคนที่ดูเหมือนกำลังจะเดินลงน้ำไป จนต้องรีบพาตัวกลับขึ้นมา

หลังจากนั้นต่อมาอีกไม่ถึงชั่วโมง ก็เกิดเด็กหายไปอีก 2 คน รอบนี้ครูเริ่มรู้ตัวว่ามันไม่ใช่เหตุสุดวิสัยแน่ๆ เด็กไม่ได้หลง และไม่ได้เล่นซนอย่างแน่นอน ทำให้ต้องวิ่งตามหาโดยรอบอีกครั้ง โดยเฉพาะที่ริมน้ำ แต่ก็ไม่พบ หากันอยู่หลายชั่วโมง ทั้งตะโกนเรียก ก็แล้ว สุดท้ายก็ไม่พบ จนทำให้ครูต้องตั้งมาตรการคุ้มครองเด็ก เพื่อไม่ให้เด็กหายไปอีกจนกว่าจะแก้ปัญหาได้ เลยสั่งให้นั่งเรียนนั่งจับกลุ่มใหญ่กันเอาไว้ และจับตาดูเพื่อนแต่ละคน จนได้เดินออกตามหาบริเวณใกล้ๆ อีกครั้ง จนไปพบเด็กอีกคนในฐานฝึกของค่าย ในสภาพตื่นกลัว ตัวสั่น เหมือนกับได้พบเจอเรื่องเลวร้ายอะไรมาซักอย่าง ส่วนอีกคนก็ยังคงตามหาไม่พบจนมีชาวบ้านขับรถมาบอกว่าเจอนักเรียนอยู่ที่วัดอีกคน ที่อยู่ห่างกันออกไป 6 กิโลเมตร

monument-Scout-Camp

ซึ่งเด็กคนดังกล่าวที่พบเจอคาดว่าน่าจะเป็นวิญญาณของเด็กจากค่ายลูกเสือที่จมน้ำหายไปในปี 2517 ซึ่งตามหากันเท่าไหร่ก็ไม่เจอ สูบน้ำออกจนหมดบ่อก็ไม่พบ ปัจจุบันก็ยังไม่มีการพบศพ หรือโครงกระดูกหลักฐานใดๆ ทั้งสิ้น เชื่อกันว่าเด็กหลงเข้าไปในมิติหนึ่ง ที่ช่วงเวลาหนึ่งจะกลับออกมาได้แล้ววนเวียนอยู่อย่างนั้นตลอดไป หรือไม่ก็กลายเป็นวิญญาณผีเฝ้าป่า ในสมัยนั้นที่เกิดเหตุใหม่ๆ ทางหัวหน้าไม่รู้จะทำอย่างไรจึงได้แค่บนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้เขาปลอดภัยรอดกลับมาถึงแม้จะเป็นไปไม่ได้

เพื่อนๆ ต่างช่วยกันทำบุญไปให้ และสร้างรูปปั้นลูกเสือที่จารึก พ.ศ.2517 ปีเดียวกับที่เขาจมน้ำหายตัวไป และยังมีเรื่องเล่ากันอีกว่าในช่วงกลางดึกๆ มักจะมีเด็กมาเคาะขอข้าวกิน และขอนอนด้วย ซึ่งชาวบ้านก็ไม่กล้าจะเปิดประตูรับ ส่วนคนที่สงสารก็จะวางข้าวไว้ที่หน้าประตู ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเศร้าอย่างมากสำหรับเด็กคนนี้ ไม่รู้ว่าต้องทุกข์ทรมานแค่ไหน จากเกิดเหตุการณ์ที่ผ่านมาทุกคนต่างพากันเข้าวัดทำบุญ อุทิศส่วนกุศลกับเขาเด็กคนนี้ ซึ่งทางเราก็ไม่ทราบชื่อเด็ก เพราะเป็นเรื่องที่เกิดมานานแล้ว จะย้อนกลับไปถามใครก็คงลำบาก ก็ได้แค่เพียงคิดในใจว่าเขาจะได้รับสิ่งที่เราทำให้ในครั้งนี้