เรื่องเล่าสุดหลอน หน้าววัดเสมียนนารี
เรื่องเล่าสุดหลอน หน้าววัดเสมียนนารี
ตำนานผู้หญิงชุดดำแห่งวัดเสมียนนารี สุดหลอน ใจกลางแจ้งวัฒนะ

เรื่องราวมีอยู่ว่า มีผู้หญิง 2 คน อายุประมาณ 20 – 28 ปี ซึ่งเป็นพี่น้องกัน ยืนโบกรถห่างจะบริเวณโดยรอบของวัดเสมียน นารี ประมาณ 10 กิโลเมตร แต่งกายชุดดำยืนอยู่ในที่เปลี่ยวๆ ข้างถนน คอยให้คนมารับ มีรูปร่างคล้ายกับคนธรรมดาทุกอย่าง เมื่อผู้ใดที่โชคร้ายได้ไปรับสาวทั้งสองคนขึ้นมา พวกเธอก็จะขอให้ไปส่งที่หน้าวัดเสมียน นารี เมื่อส่งถึงที่ลงจากรถ ถ้าใครหันไปก็จะพบว่าพวกเธอหายไปอย่างไร้ร่องลอย เพียงไม่กี่วินาที ทำให้ผู้พบแปลกประหลาดใจ แต่เมื่อต้องขับรถกลับออกมาจะต้องผ่านทางรถไฟเส้นหนึ่ง ด้วยอาถรรพ์อะไรซักอย่างจะทำให้รถยนต์ที่อยู่หน้าทางรถยนต์ดับ และสตารท์ไม่ติด เหลือเพียงแต่ไฟหน้ารถที่ส่องสว่างตรงไปยังรางรถไฟ ทันใดนั้นมีเห็นผู้หญิงสองคน ตัวขาดครึ่ง หน้าโชกไปด้วยเลือด คลานลากไส้ตัวเองตรงเข้ามาหน้ารถ จนขึ้นฝากระโปรง

และก็ยังมีเรื่องเล่ากันว่า สองพี่น้องคนนี้กำลังขับรถจักรยานยนต์ไปงานศพแม่ที่จัดอยู่ในวัดเสมียน ในระหว่างทางจะต้องข้ามทางรถไฟก่อนจะถึงวัด โดยความเร่งรีบเพื่อที่จะไปให้ทันพระสวด โดยไม่ทันระวังว่ารถไฟได้ใกล้เข้ามา ทำให้ร่างของสองพี่น้องโดนรถไฟชนกระโดนขาดครึ่ง ส่วนบนกระเด็นไปอีกฝั่งของทางรถไฟ ส่วนล่างกระเด็นไปฝั่งตรงข้าม ด้วยความอาลัยแม่ของตนเอง และห่วงว่าจะไม่ได้ร่วมงานศพ เลยวนเวียนอยู่โดยรอบวัดมากว่าหลายสิบปี จนกลายเป็นเรื่องเล่าจนถึงปัจจุบัน

แล้วผู้หญิงสองคนนี้คือใครกันแน่ มีประวัติเป็นมาอย่างไรกันแน่ วันนี้เราจะพาไปหาคำตอบกัน เมื่อหลายสิบปีก่อนมีข่าวหนังสือพิมพ์ลงข่าวการตายของหญิงสาวสองพี่น้อง พาดหัวข่าวว่า “ตายขาดสยอง” ทั้งสองคนนั้นได้แก่ นางสาวชุลี และ สุลี ทิพย์สุขศรี สาเหตุการตายเพราะโดนรถไฟทับจนตัวขาดครึ่งจนเครื่องในเละไปเต็มพื้นไปหมด สาเหตุที่โดนรถไฟทับเกิดจากพี่น้องสองคนนี้ขับรถสวนชนเข้ากับรถไฟ เรื่องราวก็ผ่านกันมาหลายสิบปีจนข้อเท็จจริงเริ่มเลือนหายไปทุกที เหลือแต่ตำนานที่เล่าๆ หลายๆ คนยังพบเจอกับความเฮี้ยนของสองพี่น้องนี้อยู่บ่อยๆ ซึ่งถ้าเป็นชาวบ้านแถวนั้นจะรู้กันดีกว่าไม่ควรจอดรับส่งใครแถวบริเวณแถววัดนั้น เพราะความเฮี้ยนของพวกเธอนี้เอง จากการตายอย่างสยดสยองทั้งที่ยังคงคิดถึงผู้เป็นแม่ทำให้ไม่ได้ไปพูดไปเกิดเสียที งานนี้ไม่รู้จะสงสารใครดีระหว่างชาวบ้านกับผี