virginiacity-katherine

คดีฆาตกรรมอาจกลายเป็นเรื่องสยองขวัญที่หลายคนต้องกลัวจนหัวหด ในขณะที่เกิดคำถามมากมายว่าคนเหล่านี้คิดอย่างไรจึงสามารถทำสิ่งที่เลวร้ายที่สุดเท่าที่มนุษย์จะทำได้ลงไป ซึ่งหนึ่งในคดีสุดสยองนั้นก็คือคดีของ แคทเทอรีน แมรี่ ไนท์ (Katherine Mary Knight) ที่เกิดขึ้นในประเทศออสเตรเลีย เธอเป็นผู้หญิงธรรมดาอาศัยอยู่กับครอบครัวและลูก แต่ดูเหมือนว่าเธอจะเป็นคนที่มีอารมณ์รุนแรงเก็บกดเอาไว้อยู่ตลอดเวลา ในช่วงเช้าของวันที่ 30 กุมภาพันธ์ ปี 2000 แคทเทอรีนได้ทำลายสามีของเธอ จอนห์ ไพรซ์ (John Price) ด้วยการกระหน่ำแทงด้วยมีดจนเสียชีวิตจากอาการสูญเสียเลือดในห้องโถง

แคทเทอรีนไม่ได้เป็นเพียงแค่ผู้หญิงที่ฆ่าคนได้อย่างเลือดเย็น แต่เธอยังทำสิ่งที่น่าสยดสยองมากกว่าการฆ่าอย่างโหดเหี้ยมของเธอเสียอีก ด้วยทักษะในการเป็นคนงานในโรงฆ่าสัตว์ ทำให้เธอเป็นคนใช้มีดได้อย่างคล่องแคล่ว นั่นถึงทำให้เธอจัดการถลกหนังของจอนห์ผู้เป็นสามีออกมาได้อย่างสบายๆ และนำชิ้นส่วนเหล่านี้มาเป็นวัตถุดิบในการปรุงอาหารเพื่อให้ลูกๆ ของเธอกิน

หลังจากที่เจ้านายของสามีสังเกตได้ว่าพนักงานของเขาไม่มาทำงาน เลยออกไปแจ้งความคนหายที่สถานีตำรวจ นั่นเองที่ทำให้ค้นพบเหตุฆาตกรรมขนหัวลุกที่กลายเป็นที่โด่งดังทั่วโลกของออสเตรเลีย ตำรวจได้เดินเข้าไปในบ้านเพื่อตรวจสอบ และพบว่าแคทเทอรีนกำลังนอนอยู่ที่เตียง โดยมีขวดยานอนหลับวางอยู่ด้านข้าง หลังจากที่ถูกนำตัวไปไต่สวน เธอได้กลายเป็นผู้หญิงคนแรกที่ถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิตโดยไม่มีทัณฑ์บน

การพิจารณาคดีของแคทเทอรีน

แคทเทอรีนยื่นข้อเสนอว่าจะสารภาพผิด แต่อย่างไรก็ตามมันก็ถูกปัดตกไป และเธอถูกฟ้องร้องเมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2001 ในข้อหาฆาตกรรมสามีตนเอง โดยเธอยังคงปฏิเสธว่าตนเองไม่มีความผิด การไต่สวนถูกกำหนดเอาไว้ในวันที่ 23 กรกฎาคม 2001 แต่ถูกเลื่อนออกไปเนื่องจากความเจ็บป่วยของที่ปรึกษาของเธอ และได้รับการแก้ไขอีกเป็นวันที่ 15 ตุลาคม 2010 เธอถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิตในวันที่ 8 พฤศจิกายน ไม่รอลงอาญาและสั่งให้เอกสารของเธอถูกทำเครื่องหมายว่า “ไม่มีวันได้รับการปล่อยตัว” ในเดือนมิถุนายน 2006 แคทเทอรีนยืนอุทธรณ์ต่อศาลวว่า โทษจำคุกตลอดชีวิตโดยที่ไม่มีโอกาสได้รับทัณฑ์บนรุนแรงเกินไป โดยผู้พิพากษา ปีเตอร์ แมคคัลเลน ก็ได้ออกมายกเลิกการอุทธรณ์ในศาลอุทธรณ์นิวเซาธ์เวลส์ในเดือนกันยายน ซึ่งเขาได้กล่าวไว้ว่า “นี่เป็นอาชญากรรมที่น่ากลัวเกินกว่าที่สังคมของเราจะรับได้”